หน้าแรก สมาคม สรยท. บทความ TAJA Best Content Awards 2019 Honda CBR150R เทคโนโลยีเต็มขั้น สัมผัสความมันส์เต็มข้อ

Honda CBR150R เทคโนโลยีเต็มขั้น สัมผัสความมันส์เต็มข้อ

เป็นที่รู้กันดีกว่ารถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดพิกัด 150 ซีซี จากค่ายเอ.พี.ฮอนด้านั้นได้รับความนิยมมาต่อเนื่องยาวนานมากว่า 15 ปี โดยเริ่มแรกเดิมทีจากการเปิดตัวครั้งแรกนั้นได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่ Gen ที่สองที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ทั้งหมด พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด PGM-FI ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยังคงมีความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นกว่าเดิมที่จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบคาร์บูเรเตอร์ มีการเปลี่ยนแปลงชนิดที่ว่าสร้างกระแสตอบรับสำหรับนักขับขี่สายสปอร์ตได้อย่างดีเนื่องจากรูปทรงที่ใกล้เคียงกับรถบิ๊กไบค์ และยางรถขนาดใหญ่ช่วยให้มีการยึดเกาะถนนที่ดีทั้งในทางตรงและทางโค้ง เครื่องยนต์แบบสูบเดี่ยวชักสั้นให้อารมณ์เข้าถึงความเป็นรถสปอร์ตพร้อมระบบวาล์ว DOCH ที่ให้ความแม่นยำกว่าในการควบคุมระบบไอดีและไอเสียมีรอบเครื่องยนต์ที่จัดจ้าน โดยที่ผ่านมานั้นรถสปอร์ต Honda CBR150R มีการนำไปใช้งานได้ทุกรูปแบบทั้งการขับขี่ไปทำงาน ใช้ในเชิงพานิชย์ หรือแม้กระทั้งนำไปเดินทางท่องเที่ยวออกต่างจังหวัดทั้งแบบเดี่ยว และแบบทริปกลุ่มใหญ่

จนเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา เอ.พี.ฮอนด้าสร้างปรากฎการณ์ความร้อนแรงในตลาดกลุ่มรถสปอร์ตพิกัด 150 ซีซีขึ้นอีกครั้งด้วยการเปิดตัว All New CBR150R ที่มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่หมดทั้งคัน เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบไฟส่องสว่างด้วยหลอด LED แบบทั้งคัน โดยจุดเด่นของไฟหน้านั้นมีความสว่างช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ และเมื่อขับขี่ในตอนกลางวันจะช่วยให้ผู้ร่วมใช้ถนนนั้นมองเห็นสังเกตได้อย่างชัดเจนจากไฟหน้ารถในระยะใกล้ รวมไปถึงระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ติดมาให้กับตัวรถมาแบบครบแฟชั่นจนไม่ต้องไปหาติดตั้งเพิ่มเติมให้วุ่นวาย

การเดินทางทริปนี้เพื่อสัมผัสสมรรถนะและเทคโนโลยี่ของ Honda CBR150R ในเวอร์ชั่น Gen ที่ 3 จึงไม่พลาดรีบกระโดดขึ้นคล่อมเจ้าสปอร์ตโฉมงามทันทีที่ได้รับโอกาส เป้าหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือที่หาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ติดชายทะเลฝั่งอ่าวไทย มีระยะเดินทางที่ราวไม่เกิน 200 กิโลเมตร ในช่วงเช้าพวกเราขับขี่ Honda CBR150R ลัดเลาะจากจุดนัดพบ Honda Bigwing เลียบทางด่วนรามอินทรา มุ่งหน้าไปตามถนนในเมืองที่เริ่มมีการจราจรที่แออัด เครื่องยนต์แบบใหม่ที่มีการพัฒนาให้เครื่องยนต์รอบจัดมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมทำให้การเร่งเครื่องยนต์แซงและลัดเลาะไปตามช่องจราจรทำได้อย่างสนุกไปกับการขับขี่แบบซิกแซก และด้วยความเพรียวบางของตัวรถจึงช่วยให้การกะระยะมุดไปตามช่องว่างของการจราจรนั้นเป็นอย่างไม่มีติดขัด

หน้าจอแผงเรือนไมล์นั้นเป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบคือสิ่งที่ถูกใจ รูปทรงทันสมัย แสดงผลการทำงานของระบบต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน ตัวเลขความเร็วนั้นมีขนาดใหญ่มองเห็นสังเกตได้ง่ายแม้เพียงแค่ชำเลืองตามอง ส่วนมาตรวัดรอบเครื่องยนต์นั้นแสดงสถานะแบบแถบเป็นเส้นขีด เวลาบิดคันเร่งแล้วแถบวัดรอบจะติดขึ้นขึ้นทีละขีดไปตามรอบเครื่องยนต์ที่มุมด้านบนของขอบจอบอกค่าสูงสุดที่ 12,000 รอบต่อนาที และแน่นอนว่าในรุ่นใหม่ล่าสุดนี้มีแจ้งสถานะตำแหน่งเกียร์แบบตัวเลขดิจิตอลด้วยเผื่อผู้ขับขี่บางท่านที่ชอบสังเกตว่ากำลังใช้เกียร์ในระดับไหนอยู่เพื่อให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์และความเร็ว เมื่อขับขี่ออกมาพ้นนอกเมืองแล้วตำแหน่งเกียร์ 6 นั้นถูกใช้งานต่อเนื่องตลอดเส้นทางโดยในช่วงจังหวะเร่งแซงนั้นสามารถเร่งรอบเครื่องยนต์ไปได้มากถึงที่ 10,000 รอบต่อนาทีโดยกล่องตัดรอบที่ย่านนี้เพื่อเป็นการป้องกันเครื่องยนต์ทำงานหนักมากเกินไป ส่วนเรื่องความเร็วเดินทางพื้นฐานนั้นพวกเราใช้กันอยู่ที่ 90 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในบางช่วงที่ถนนโล่ง และยังมีเหลือความเร็วปลายเร่งแซงได้อีกระดับหนึ่ง แน่นอนว่าในบางจังหวะนั้นสามารถเร่งไปที่ 131 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว ตลอดย่านความเร็วที่ใช้มานั้นต้องบอกเลยว่าทุกเกียร์ที่ใช้งานนั้นไม่มีการรอรอบให้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด ทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้องทุกครั้งที่เร่งเครื่องยนต์อย่างมีความปลอดภัย

ส่วนเรื่องของระบบกันสะเทือนนั้นถือว่าทางฮอนด้าได้สร้างมิติใหม่ของรถสปอร์ตพิกัด 150 ซีซี ด้วยโช้คหน้าแบบเทเลโคปิคที่ปรับเซ็ทพรีโหลดได้ด้วยตัวเอง สามารถคลายตัวล็อคและปรับตั้งค่าได้ตามความเหมาะสมกับน้ำหนักตัวของผู้ขับขี่และสภาพของถนนที่ขับขี่ได้อีกด้วย ซึ่งข้อดีของการปรับพรีโหลดที่โช้คหน้านั้นเนื่องจากเป็นล้อที่ต้องรับภาระทั้งการควบคุมทิศทางและยังเป็นล้อที่รับน้ำหนักเกือบทั้งหมดจากการถ่ายเทเมื่อมีการชะลอความเร็ว โช้คหน้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อให้ตัวรถนั้นมีความเสถียรทั้งทางตรงและทางโค้งแม้ว่าจะใช้ความเร็วมากก็ตาม ส่วนทางด้านโช้คหลังนั้นก็มีการอัพเกรดให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยกระเดื่องทดแรงแบบ Pro-Link ที่เข้าคู่กับโช้คหลังแบบโมโนสามารถปรับค่า preload ได้ 5 ระดับ ช่วยให้เซ็ตค่าความแข็งให้มีความบาลานซ์กับโช้คหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถังน้ำมันความจุขนาด 12 ลิตร แม้ว่ารูปทรงที่จะดุเพรียวบางลงแต่ความจุของถังเชื้อเพลิงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์รถสปอร์ตที่มีความปราดเปรียวแต่รัศมีการเดินทางนั้นสามารถไปได้ไกลมากกว่า 400 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงหนึ่งครั้งทำให้วางแผนจุดพักรถและผู้ขับขี่ได้อย่างสบาย และในรุ่นนี้ยังมีค่าประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ส่วนจุดเด่นอีกหนึ่งจุดที่จะละเลยไปไม่ได้นั่นก็คือระบบ Emergency Stop Signal ที่ติดตั้งอยู่ในรุ่น ABS เป็นระบบไฟสัญญาณกะพริบอัตโนมัติ โดยไฟเลี้ยวหน้าและหลังจะกระพริบพร้อมกันทันทีเมื่อมีการใช้เบรกลดความเร็วอย่างกะทันหัน ช่วยให้รถที่อยู่ทางด้านหลังนั้นรับรู้ได้ถึงการเบรกฉุกเฉินลดการเกิดอุบัติเหตุชนท้ายได้เป็นอย่างดี

เมื่อเดินทางออกจากตัวเมืองจนถึงชานเมืองนั้น Honda CBR 150R ยังตอบสนองอัตราการเร่งได้อย่างทันใจ พร้อมด้วยท่านั่งที่มีความสปอร์ตมากขึ้นสามารถก้มหัวหมอบลู่ลมไปกับถังน้ำมันได้อย่างกลมกลืน แฮนด์บังคับต่ำกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย แต่ด้วยการออกแบบท่านั่งใหม่ทำให้ปรับการนั่งได้หลายแบบ จึงลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังและแขนได้ดี สมกับที่เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่มีความสะดวกสบายมาเป็นอันดับแรก ส่วนเบาะนั่งคนซ้อนนั้นให้อารมณ์รถซูเปอร์สปอร์ตรุ่นใหญ่มีความเพรียวลู่ลมแบบรถแข่ง ระบบเบรกนั้นมีทั้งแบบรุ่นธรรมดาและแบบ ABS  ในกรณีที่ใช้งานทั่วไปนั้นระบบเบรกทำได้ดีทั้งสองรุ่นตอบสนองการเบรกได้อย่างฉับไว ในรุ่น ABS จะเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยได้ดีกว่าเมื่อต้องขับขี่ไปบนถนนที่มีฝนตกหรือเปียกลื่น จากกล่องควบคุมระบบเบรกที่ตอบสนองได้อย่างฉับไวช่วยให้ลดการเบรกล้อล็อคเมื่อผู้ขับขี่ใช้น้ำหนักในการเบรกมาเกินไปส่งผลให้ลดการลื่นไถลไปได้

จบทริปนี้ด้วยการเดินทางที่ปลอดภัยตลอดระยะเวลาสองวันบนเส้นทาง กรุงเทพ -พระราม 2 – คลองโคลน – เพชรบุรี -หาดเจ้าสำราญ ซึ่งถือว่า เป็นรถสปอร์ตพิกัด 150 ซีซีที่ขับขี่ได้สนุก มีความปราดเปรียว ตอบสนองอัตราเร่งทั้งรอบต่ำและกลางดีมาก เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองและเดินทาท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ ในช่วงวันหยุดอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ Honda CBR150R มีให้เลือกในแบบดิสก์เบรกหน้าหลังพร้อมระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล๊อค มี 2 ลายคือ ลายกราฟฟิคทีมแข่งเอพีฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ และทีมแข่งเรพโซลฮอนด้า ที่ราคา 99,000 บาท และรุ่น STD ที่เป็นระบบดิสก์เบรกธรรมดา มี 2 สีคือสีดำและสีน้ำเงิน ที่ราคา 92,000 บาท

เขียนโดย : ทนง แซ่เล้า